ดีท็อก Detox คืออะไร ?
คำว่า “ดีท็อกซ์ detox” เป็นคำย่อในภาษาอังกฤษว่า ดีท็อกซิฟิเคชัน (detoxification)ในทางการแพทย์เดิมนั้น “ดีท็อกซ์ detox” คือ การฟื้นฟู บำบัดรักษา ผู้ป่วยที่ติดสารเสพติดต่างๆ เช่น สุราเรื้อรัง สิ่งเสพติดต่างๆ
หรืออีกความหมายหนึ่งที่เราๆคุ้นหูคุ้นตากัน ก็คือ “วิธีการหรือกระบวนการ นำเอาสารพิษหรือชีวพิษ (toxic substances หรือ toxins) ต่างๆ ออกจากร่างกาย” เรียกกันสั้นๆ ว่า “การล้างพิษ detox”
ในร่างกายเรามีสารพิษ toxins ด้วยหรือ ?
คำถามนี้ หลายคนคงทราบดี แต่อีกคนหลายล้านคนนั้น พวกเขายังไม่ทราบ และไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ และไม่ใส่ใจ อาจจะนึกไม่ถึงและไม่เชื่อว่าร่างกายคนเราจะมีพิษtoxins อยู่ เพราะพวกเขาดูแลตนเองและครอบครัวอย่างดี จากการใช้ชีวิตประจำวัน อันรีบเร่ง หลายคนเข้าใจว่า พวกเขาพิถีพิถันในการ เลือกรับประทานอาหาร จากร้านมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นอาหารจานเดียว กับข้าว รวมถึงอาหารยุโรปฟาสต์ฟูด ที่มีระบบจัดการตามแฟรนไชส์อินเตอร์ชื่อดัง แม้แต่เครื่องดื่มก็จะซื้อจากร้านสะดวกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่มหรือน้ำอัดลม ชา กาแฟ ก็น่าจะปลอดภัยแล้ว
แผนภาพ Food Pyramid จะเห็นว่า
*ส่วนฐานที่กว้างที่สุด จะ แนะนำให้ รับประทานคาร์โบไฮเดรต carbohydrates จำพวกแป้ง ข้าว หรือขนมปังต่างๆ ที่ประกอบด้วยส่วนผสมของธัญพืช grains ผัก vegetables และผลไม้ต่างๆ fruitsให้มาก เพราะจะได้รับ กากใยอาหารตามธรรมชาติ natural fibers ที่สามารถช่วยใน การขจัดสารพิษ detoxification ขับถ่าย หรือ ช่วยลดการสะสมของสารพิษ toxins หรือ ของเสียที่หมักหมม waste productsให้ออกจากร่างกายของเรา
*ถัดขึ้นมาก็คือ โปรตีน proteins จากสัตว์ พืชตระกูลถั่วด้วย หรือ อื่นๆจากผลิตภัณฑ์นม dairy products ในสัดส่วนที่พอเหมาะแก่ความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน โดยไม่มากหรือน้อยจนเกินไป
*ส่วนยอดที่แคบที่สุด จะเป็นพวกไขมัน fats, oil และ น้ำตาล sugar เพราะยังคงจำเป็นที่เราจะต้องบริโภคด้วย เพราะน้ำตาลจะแปรเปลี่ยนเป็นกลูโคส glucose ที่ให้พลังงานแก่เซลต่างๆของร่างกายเรา นอกจากนี้ วิตามิน vitamins ตลอดจน เกลือแร่ mineral substances บางตัว ยังคงต้องอาศัยน้ำมันเป็นตัวทำละลายเพื่อเปลี่ยนเป็นสารอาหารโมเลกุลเล็กๆที่เป็นประโยชน์ มิฉนั้น เราจะได้สารอาหารไม่ครบ ซึ่งไขมันเองก็เป็นส่วนที่ให้พลังงานแก่ร่างกายเช่นกัน แต่จะต้องควบคุมการรับประทานให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ให้มากจนเกินไป จนทำให้เกิดการสะสมของไขมันและซึ่งน้ำตาลส่วนเกินก็จะถูกแปรสภาพและเก็บสะสมอยู่ในรูปของไขมันเช่นกัน หากสะสมรวมกันมากมาย โดยที่ร่างกายนำไปใช้ไม่ทันจะเป็นผลเสียทำให้เกิดโรคอ้วน และอื่นๆ ตามมาได้ เช่น คลอเรสเตอรอลสูง ไขมันอุดตันเส้นเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน จนถึงโรคหัวใจ หรืออื่นๆ
แต่ความจริง มีรายละเอียด ที่ลึกกว่านั้นมาก วัตถุดิบต่างๆ เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ นั้นต้องล้างอย่างสะอาดจริงๆ ทำอย่างไรไม่ให้มีสารปนเปื้อนตกค้าง การใส่เครื่องปรุง น้ำมัน เกลือ น้ำตาล น้ำส้ม ในปริมาณมากไป อาหารที่ไหม้เกรียม อาหารที่ต้มเป็นเวลานานๆ ก็จะเกิดโทษเช่นกัน การดื่มเครื่องดื่มที่อร่อย เช่น แอลกอฮอล์ น้ำผลไม้สำเร็จรูป น้ำอัดลม ชา กาแฟ น้ำชอคโคแลต ซึ่งหวานมาก มีน้ำตาลเกินกว่าที่ร่างกายเราต้องการ แถมยังมี สารปรุงแต่ง chemical-ingredients ผงชูรส บอแรกซ์ สี กลิ่น สังเคราะห์ หรือ คาเฟอีน ครีม หรือ แป้ง สิ่งต่างๆใกล้ตัวมากมายเหล่านี้ ซึ่งเรารับประทานเข้าไปประจำโดยไม่รู้ตัว
ในรายที่ปรุงอาหารเอง หากว่าไม่ละเอียด ก็มีผลเช่นเดียวกัน คุณลองมองดู ข้าวของต่างๆ จิปาถะ ที่คุณเตรียมไว้ เพื่อปรุงอาหาร หรือรับประทานเล่น ที่เก็บไว้เต็มตู้เย็นมากมาย สักพัก ข้าวของเหล่านั้น ก็จะอันตรธานหายไปไหน แปรสภาพเป็นอาหาร หากว่า คุณหรือเด็กรับใช้ ผู้ปรุงนั้นไม่สะอาดพอ ไม่ว่า เศษขี้ดิน ยาฆ่าแมลง ปุ๋ย จากผัก ฝุ่นเปื้อนบนก้อนเนื้อหมู ไก่ เต้าหู้ก้อนก็ดี หรือที่แมลงวันมาเกาะและไข่เอาไว้จากตลาดสด ฟอร์มาลีน formalin ที่แช่กุ้ง ปลาหมึก ของทะเลที่ชอบ เหล่านี้ ก็จะลงไปรวมกันอยู่ในกระเพาะ ลำไส้ของคุณและครอบครัว
หลังจากที่ได้รับประทานเข้าไปแล้วนั้น อาหารบางอย่างสามารถถูกย่อยสลายไปได้ แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง แน่นอนต้องตกค้างอยู่ตามลำไส้ของเรา ที่ขดกันอยู่อย่างคดเคี้ยว รอยหยักของลำไส้จะกลายเป็นที่สะสมของสารตกค้างต่างๆได้ดียิ่ง และจะถูกแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร มาช่วยย่อยแทน อันนี้เองที่จะกลายเป็น “สารพิษ toxins” หากว่าระบบการขับถ่ายของร่างกายยิ่งไม่ดีอีกด้วย สารตกค้างเหล่านั้นก็จะก่อเกิดโทษแก่ร่างกาย
รวมทั้งสารปนเปื้อน ที่เป็นสารเคมีต่างๆ จากเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ เครื่องปรุงแต่ง รสชาติ สี กลิ่นสังเคราะห์ รวมถึง ในอาหารฟาสต์ฟูด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คาเฟอีน น้ำตาลเทียม ในกาแฟ ชา ช็อคโคแลต แอลกอฮอลล์ มากมายเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ระบบย่อยอาหาร digestion system ของเราไม่สามารถย่อยสลายสารเคมี chemical substances เหล่านี้ได้ หลายคนอาจยังนึกไม่ถึงว่า การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด และอารมณ์โกรธ ก็เป็นสาเหตุสำคัญ ของการเกิดโรคได้เช่นกัน
จากการศึกษาสถิติของชาวตะวันตกที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงต่างๆ ได้ เป็นตัวเลขและแนวโน้ม ที่สูงมาก อาทิ มะเร็งลำไส้ colon-cancer มะเร็งตับ liver-cancer โรคไต chronic kidney disease เบาหวาน diabetes ความดันโลหิตสูง high-blood presure และอีกหลายโรคร้ายแรง ก็แน่นอน เกิดจากสาเหตุของการบริโภค อาหารในประจำวันนั่นเอง ดังคำกล่าวว่า “ You are what you eat ” แปลว่า คุณรับประทานอะไรเข้าไป คุณก็จะได้สิ่งเหล่านั้น (ที่รับประทานไป ) คือ ถ้าดี ร่างกายก็ย่อมดีด้วย แต่หากกลับกันแล้ว ก็น่าเศร้า
ทำอย่างไรที่จะขจัดสารตกค้างหรือสารพิษ detox ออกไปจากร่างกายเราได้ ?
อุปนิสัยการบริโภคทางตะวันตกนั้น จะเน้นเนื้อสัตว์เป็นหลัก ลำไส้ใหญ่ large intestines ทำหน้าที่ดูดซึมสารตกค้างที่สะสมมาเป็นวลานาน ย่อมทำให้เกิดของเสีย กลับกลายเป็นพิษต่อร่างกายขึ้น พวกเขาได้ตื่นตัว หันมาสนใจที่จะหลีกเลี่ยงสาเหตุของการเกิดโรค ให้ได้มากที่สุด นั่นก็ คือ
ดีท็อกซ์ detox เป็นวิธีการขจัดสารพิษ ด้วยธรรมชาติบำบัด
โดยการสวนล้างลำไส้ คือ การทำความสะอาดลำไส้และขจัดสิ่งสกปรกของเสีย กากอาหารทั้งสารพิษตกค้างที่อยู่ภายในลำไส้ให้หมดไป เนื่องจากของเสียเหล่านั้นมักถูกขับถ่ายอกมาตามธรรมชาติไม่หมด จึงทำให้เกิดการตกค้างหรือเกาะติดอยู่ตามผนังลำไส้เป็นตะกรันในรูปของอุจจาระ waste products or stools เนื้อเยื่อของเซลล์ที่ตายแล้ว พยาธิและน้ำเมือกที่ถูกสะสมไว้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลร้ายต่อร่างกายจนทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาแล้ว
ดีท็อกซ์ Detox นั้นสำคัญไฉน ?
คุณเคยได้ยินบ้างหรือไม่ ถึงคำกล่าวที่ว่า เราอยู่ท่ามกลางทะเลแห่งสารพิษ Sea of toxin ในโลกปัจจุบันนั้น ไม่ได้สวยใสเท่ากับอดีตอีกแล้ว (ที่เห็นชัดๆปัจจุบันนี้ ก็คือ จังหวัด เชียงใหม่ และอีกหลายจังหวัด ที่เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไป อย่างน่าเสียดาย ) สาเหตุจากมีมลพิษ pollutions เพิ่มขึ้นมากมายเหลือเกิน เป็นผลจากการเติบโตทางอุตสาหกรรมต่างๆ จนยากที่จะหยุดยั้ง หลายสิ่งจากวิวัฒนาการ นำมาซึ่งประโยชน์มหาศาล แต่ก็นำมาซึ่งโทษมากมายเช่นกัน ตัวอย่างเช่น การรายงานจาก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย เกี่ยวกับ การใช้ยาสารเคมีกำจัดต่างๆ ฆ่าแมลง insecticides and herbisides จากปี 1991 to 1995 เพิ่มขึ้นถึง 129 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็ไม่มีแนวโน้มของการที่จะลดลง
หากคุณจำเป็นต้องทำงาน อาศัยอยู่ในเมือง ซึ่งอากาศเต็มไปด้วยมลพิษ pollutions แหล่งน้ำต่างๆก็ไม่สะอาด หลายๆคนอาจจะต้องทำงานที่ต้องมีการสัมผัสหรือเกี่ยวข้องกับสารเคมีต่างๆ โดยตรงด้วยซ้ำ ถึงคุณอาจจะไม่พึงประสงค์นัก แต่จำต้องทนเพื่อหน้าที่การงาน ความรับผิดชอบ ความผูกพันใดๆ หรือผลตอบแทนที่ดี สิ่งต่างๆแวดล้อมอยู่รอบตัวเราก็เป็นสาเหตุของ สารพิษที่ปะปนอยู่กับอากาศ air-pollution ภายในบ้านของเรา เช่น เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า พรมแต่งบ้าน รถยนต์คันใหม่
พวกเราเองบางครั้งก็รับเอาสารเคมีเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ในรูปต่างๆ ของผลิตบำรุง ถนอมผิว body and skin-care products ซึ่งมีส่วนผสมของปิโตรเลียม petrolium และยังมีสารเคมีที่เป็นพิษอื่นๆอีกหลายตัวที่เดียว
ในสภาวะเช่นที่กล่าวมา คุณนึกบ้างไหมว่า ? ร่างกายเราต้องทนทานแบกรับเอาสิ่งต่างๆเอาไว้ แต่เพียงหากว่าเราระวัง เอาใจใส่ เกี่ยวกับการรับประทานเฉพาะ อาหารที่ดีมีประโยชน์ ดื่มน้ำเปล่าที่สะอาด ออกกำลังกายอย่างถูกต้องเหมาะสม พยายามอดกลั้น ข่มจิตใจ ไม่กังวล ไม่เครียดเกินไป หรือไม่โกรธโมโหง่ายๆ การปรับปรุงวิถีชีวิต ในทางที่ดีขึ้น ประกอบกับเพิ่มสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ในปริมาณพอเหมาะ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เสพสารเสพติด รวมถึงสิ่งที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือยากระตุ้น stimulants ทั้งสิ้น แล้วคุณหละ ใช้ชีวิตปกติเป็นอย่างไร ? ถนอมร่างกายบ้างหรือเปล่า การที่เรานึกคิดเองว่ายังแข็งแรงดี แต่บางครั้งก็ไม่แน่เสมอไป เราควรมองย้อนกลับมาให้ลึกเข้าไปถึงอวัยวะภายในกันเลยทีเดียว และทราบถึงกลไกกระบวนการทางเคมีอื่นๆในร่างกาย Bio-chemical systems ที่สอดคล้องกัน คือ
1. กระบวนการเผาผลาญภายในร่างกาย หรือเมตตาบอลิซึม Metabolisms จะทำการย่อยสลายโปรตีน ไขมัน และน้ำตาล เพื่อให้กลายเป็นสารอาหาร ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตเรา
2. ตับจะสร้างน้ำดี ที่จะย่อยสลายไขมัน ถ้ามีไขมันสูงมาก หรือปริมาณอาหารที่มากเกินไป ก็จะทำให้ตับทำงานหนัก
3. กระบวนการย่อยสลาย ยาต่างๆ และแอลกอฮอล์ ในหลายๆคน เพื่อให้หลับง่าย
4. กระบวนการย่อยสลาย คาเฟอีน ที่พวกเรา ดื่มกาแฟช่วงเช้า เพื่อให้ กระปรี้กระเปร่า พร้อมทำงาน
5. กระบวนการแยกสลายและกำจัดฮอร์โมนส่วนเกิน
6. การขจัดสารพิษ detoxification ที่อยู่ในร่างกายนั้น รวมถึง
- ผลพวงจากการกระบวนการเมทตาบอลิซซึม metabolims ย่อยสลายอาหารที่รับประทานเข้าไป
- จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา
- สารเคมีที่ติดมากับอาหารโดยตรง เช่น ยาฆ่าแมลงในผักต่างๆ หรือเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ตลอดจนจานชามเครื่องใช้ที่ล้างน้ำยาล้างจานไม่เกลี้ยง
- สารเคมีปนเปื้อนที่สามารถละลายมากับน้ำดื่ม ที่เราไม่ทราบและดื่มเข้าไป
เมื่อตับของเราไม่สามารถจะขับสารเคมี หรือสารพิษต่างๆเหล่านี้ออกไปได้ แน่นอน โรคภัยย่อมตามมา หรือเมื่อเราเริ่มมีอาการผิดปกติบางอย่าง เช่น จู่ๆก็อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ผิวที่เคยเรียบเนียนใส กลับแห้งเป็นขุย บางรายขึ้นผื่น ลมพิษ ภูมิแพ้ต่างๆ โดยที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปวดศีรษะบ่อยๆ เหล่านี้ ถือว่า เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ของร่างกายที่บอกราว่า “ไม่เต็มร้อยแล้วนะ” นอกจากนั้นสภาพจิต ก็สับสน สมาธิเสียแม้แต่จะทำงานเรื่องเล็กน้อย การตัดสินใจผิดๆพลาดๆ จนถึงซึมเศร้า เพราะตับของเราร้องบอกไม่ได้ว่า “มันหนักเกินกว่าที่ฉันแบกแล้วหละ”
ดังนั้น ร่างกายเราต้องหาวิธีช่วยแล้ว นั่นคือ ดีท็อกซ์ detox เพื่อขจัดสิ่งที่เป็นงานหนัก ที่ตับของเราไม่สามารถขจัดออกได้ เมื่อเราได้ทราบถึงการทำงานต่างๆ ในกระบวนการย่อยสลายอาหารที่รับประทานเข้าไปแล้ว การวิจัยทางการแพทย์ เกี่ยวกับยาต่างๆ ในหลายโครงการ พบว่า การดีท็อกซ์ detoxification เป็นหลักการหนึ่ง ที่อยู่ซ่อนเบื้องหลัง อธิบายให้ชัดขึ้น คือ ทำไม ?ผู้คนในแถบเมดิเตอเรเนียน จึงมีสถิติ ของการเป็นมะเร็งน้อย เหตุใด ? ผู้ที่รับประทานวิตามินซี vitamin Cในปริมาณเพียงพอ จึงป่วยเป็นหวัดยาก ผู้ที่รับประทานอาหารจำพวกผัก ธัญพืชต่างๆ ที่มีกากใย fibers มาก จึงไม่ค่อยป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร Gastrointestinal Diseases ผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบทที่ อากาศมีมลพิษน้อยถึงไม่มีเลยนั้น หรือผู้ที่รับประทานโยเกริตเป็นประจำ จะมีชีวิตยืนยาว ตายได้ตามอายุขัย ทั้งหมดนี้เกี่ยวพันกับหลักการ ของกระบวนการต่างๆภายในร่างกายเรา ที่ต้องมีการขับสารพิษ หรือ ดีท็อกซ์ detox ออกไปให้มากที่สุด อย่าให้รวมสะสมอยู่ ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐาน ที่ทำให้เกิดการคิดค้นตัวยาเพื่อรักษาโรคต่างๆต่อไป
No comments:
Post a Comment